ทุกท่านคงทราบกันดีว่ากฎหมายเป็นสิ่งสำคัญอย่างนึงของประเทศทุกประเทศ แต่หลายท่านอาจไม่เข้าใจว่าทำไมคนมากมายเลือกเรียนสาขากฎหมายหรือที่มหาวิทยาลัยหรือมหาลัยต่าง ๆ เขาตั้งคณะนิติศาสตร์...
สำหรับหัวข้อนี้...ผมขออนุญาตเอาไว้แนะนำน้องมัธยมปลายแล้วกันนะครับ... หลังบรรจุเข้ารับราชการ ผมมีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ทางการศึกษาของเพื่อน ๆ หลายคนที่บรรจุพร้อมกัน (ตอนสอบเขาไม่ได้ระบุวุฒิการศึกษาไว้...เลยมีเพื่อนจากหลายสาขาวิชา)... ประเด็นคือมีเพื่อนคนนึงบอกว่า เมื่อก่อนก็อยากเรียนนะ นิติศาสตร์ เนี่ยะ แต่พอครูสอนแนะแนวบอกว่าเรียนไปทำไม ไปเป็นทนายเหรอ!! มันก็ทำให้แนวคิดการตัดสินใจถูกบิดเบือนในทันที... ถ้ารู้ว่าเป็นผู้พิพากษา อัยการได้ จะเรียนไปตั้งแต่โน้นละ... เอานา! อะไรผ่านมาแล้วผ่านไป...ถ้าเริ่มใหม่ไม่ได้ก็ไปต่อละกัน
แหม!! จะว่าแล้วผมก็เพิ่งเริ่มเรียนได้ไม่นาน...ฮ่าๆๆ... เพราะคำพูดของทนายบางคน (ผมก็ไม่รู้ชื่อเขาหรอก...ไม่ได้ถาม...) ที่ชี้หน้าถามเจ้าหน้าที่ผู้ต้องศึกษากฎหมายที่ตัวเองเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอย่างผมว่า "คุณจบกฎหมายมาหรือเปล่า..." ประมาณว่าฝังใจอะไรงี้... แต่มันก็แค่ส่วนหนึ่งละนา... ที่ผมอยากเรียนกฎหมายเพราะการจบสาขานิติศาสตร์นอกจากจะทำให้สามารถมองเห็นเส้นทางการทำงานได้แทบทุกหน่วยงานขององค์กรภาครัฐไทยแล้ว ยังสามารถเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการ ได้ด้วย
รู้ไมครับ? ทำไม! คนมากมายอยากเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการ ผมจะอธิบายปัจจัยหลักที่ผมวิเคราะห์ให้ฟัง ดังนี้
1. คงจะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากเรื่องค่าตอบแทนการทำงาน 555+ คงไม่มีองค์กรของรัฐองค์กรไหนที่จะสามารถทำให้คุณได้รับค่าตอบแทนระดับหลักแสนหรือเฉียดหลักแสนได้ ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี (แม้จะไม่ใช่ประเด็นที่ผมต้องการเป็นหลัก แต่..ก็เป็นเป็นเด็นหลักของคนส่วนใหญ่ละครับ)
2. หน่วยงานราชการใดบ้าง ที่ทำให้ท่านได้คาดสายสะพายบนชุดเครื่องแบบราชพิธีสีขาวตั้งแต่ยังหนุ่ม อันนี้ก็เป็นปัจจัยที่มาจากข้อแรกนั่นแหละคือฐานเงินเดือนสูง
3. ชื่อเสียง เกียรติยศ และความสำเร็จ ตามหลักทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ ขั้นสุดยอด หรือขั้นที่ 5 ที่ปู่ฟรอยด์ ก็เขียนเป็นหนังสือเล่มบะเล่อตั้งแต่แกยังไม่ตายโน้นแหละครับ (ผมไม่ได้หมายถึงฟรอยด์ที่เป็นนักมวยนะ...)
นอกจากนี้... สิ่งที่จะได้รับคือ... ทุกท่านจะสามารถใช้ชีวิตบนหลักของกฎหมาย ซึ่งผมเองก็หวังว่า ผู้รู้กฎหมายทุกท่านจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในทางที่ถูกที่ควรนะครับ...
(ที่มาภาพ : https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwj9r5eGyp7VAhVFu48KHVu-BU8Q_AUICigB&biw=1920&bih=974#imgrc=N2FpWYv8_FEolM:)
สำหรับหัวข้อนี้...ผมขออนุญาตเอาไว้แนะนำน้องมัธยมปลายแล้วกันนะครับ... หลังบรรจุเข้ารับราชการ ผมมีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ทางการศึกษาของเพื่อน ๆ หลายคนที่บรรจุพร้อมกัน (ตอนสอบเขาไม่ได้ระบุวุฒิการศึกษาไว้...เลยมีเพื่อนจากหลายสาขาวิชา)... ประเด็นคือมีเพื่อนคนนึงบอกว่า เมื่อก่อนก็อยากเรียนนะ นิติศาสตร์ เนี่ยะ แต่พอครูสอนแนะแนวบอกว่าเรียนไปทำไม ไปเป็นทนายเหรอ!! มันก็ทำให้แนวคิดการตัดสินใจถูกบิดเบือนในทันที... ถ้ารู้ว่าเป็นผู้พิพากษา อัยการได้ จะเรียนไปตั้งแต่โน้นละ... เอานา! อะไรผ่านมาแล้วผ่านไป...ถ้าเริ่มใหม่ไม่ได้ก็ไปต่อละกัน
แหม!! จะว่าแล้วผมก็เพิ่งเริ่มเรียนได้ไม่นาน...ฮ่าๆๆ... เพราะคำพูดของทนายบางคน (ผมก็ไม่รู้ชื่อเขาหรอก...ไม่ได้ถาม...) ที่ชี้หน้าถามเจ้าหน้าที่ผู้ต้องศึกษากฎหมายที่ตัวเองเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอย่างผมว่า "คุณจบกฎหมายมาหรือเปล่า..." ประมาณว่าฝังใจอะไรงี้... แต่มันก็แค่ส่วนหนึ่งละนา... ที่ผมอยากเรียนกฎหมายเพราะการจบสาขานิติศาสตร์นอกจากจะทำให้สามารถมองเห็นเส้นทางการทำงานได้แทบทุกหน่วยงานขององค์กรภาครัฐไทยแล้ว ยังสามารถเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการ ได้ด้วย
รู้ไมครับ? ทำไม! คนมากมายอยากเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการ ผมจะอธิบายปัจจัยหลักที่ผมวิเคราะห์ให้ฟัง ดังนี้
1. คงจะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากเรื่องค่าตอบแทนการทำงาน 555+ คงไม่มีองค์กรของรัฐองค์กรไหนที่จะสามารถทำให้คุณได้รับค่าตอบแทนระดับหลักแสนหรือเฉียดหลักแสนได้ ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี (แม้จะไม่ใช่ประเด็นที่ผมต้องการเป็นหลัก แต่..ก็เป็นเป็นเด็นหลักของคนส่วนใหญ่ละครับ)
2. หน่วยงานราชการใดบ้าง ที่ทำให้ท่านได้คาดสายสะพายบนชุดเครื่องแบบราชพิธีสีขาวตั้งแต่ยังหนุ่ม อันนี้ก็เป็นปัจจัยที่มาจากข้อแรกนั่นแหละคือฐานเงินเดือนสูง
3. ชื่อเสียง เกียรติยศ และความสำเร็จ ตามหลักทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ ขั้นสุดยอด หรือขั้นที่ 5 ที่ปู่ฟรอยด์ ก็เขียนเป็นหนังสือเล่มบะเล่อตั้งแต่แกยังไม่ตายโน้นแหละครับ (ผมไม่ได้หมายถึงฟรอยด์ที่เป็นนักมวยนะ...)
นอกจากนี้... สิ่งที่จะได้รับคือ... ทุกท่านจะสามารถใช้ชีวิตบนหลักของกฎหมาย ซึ่งผมเองก็หวังว่า ผู้รู้กฎหมายทุกท่านจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในทางที่ถูกที่ควรนะครับ...
(ที่มาภาพ : https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwj9r5eGyp7VAhVFu48KHVu-BU8Q_AUICigB&biw=1920&bih=974#imgrc=N2FpWYv8_FEolM:)

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น