มันเป็นเพียง...แค่มุมมอง (ตอนที่ 2 ความเชื่อทรงอำนาจ)


     แม้ว่าความคิดมีพลัง แต่หากเปลี่ยนความคิดกลายเป็นความเชื่อย่อมมีพลังที่มากกว่า ผมจึงได้ตั้งชื่อของตอนที่ 2 นี้ว่า ความเชื่อทรงอำนาจ...
    ความเชื่อ เป็นส่วนหนึ่งภายใต้กรอบความคิด แต่เป็นความคิดที่เราหรือคนอื่นๆยึดถือ บ้างก็มีการปฏิบัติ บ้างก็เป็นการให้งดเว้นหรือละเว้นการปฏิบัติบาง ก็แล้วแต่ความเชื่อที่แต่ละคนมีอยู่นะครับ เช่น บางคนมีเชื่อเรื่องวิญญาณ ความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ เรื่องพญานาค เป็นต้น
    ความคิดต่างกับความเชื่อหรือไม่? แน่นอนครับ... แม้ว่าความเชื่อเป็นผลมาจากการความคิด แต่ความเชื่อย่อมมีอำนาจเหนือตัวบุคคลมากกว่าความคิด เช่น เราคิดว่าเราจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่สิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ผิดหรือขัดกับจารีตประเพณี (ความเชื่อ) ...ผมมั่นใจครับว่าคงมีไม่กี่คนที่กล้าจะลงมือทำ
    ความเชื่อถึงทรงอำนาจจริงหรือ? ผมไม่ฟันธงหรอกครับ... แต่ผมเชื่อว่ามันอยู่ที่ตัวคนว่าจะปฏิบัติตามความเชื่อนั้นหรือไม่ หากปฏิบัติย่อมเกิด...หากไม่ก็ย่อมไม่เกิดผล... เพราะทุกอย่างมีเหตุและมีผลในตัวของมันเอง... เช่น เชื่อว่าจะรวยแต่เราก็ไม่ทำงานรอแต่โชคชะตา รอฟ้ารอฝน...มันจะรวยได้อย่างไร หรือต่อให้มีโชคลาภมาหล่นทับกะบาลก็ตามแต่...มันจะรวยได้นานแค่ไหนกันเชียว...
    ความเชื่อในสิ่งดีเท่านั้น ถึงจะมีอำนาจให้เกิดสิ่งดีขึ้น... แต่ความเชื่อในสิ่งที่ผิดนั้น ย่อมปรากฏผลเช่นกัน เช่น เชื่อว่าจะรวยได้โดยการลักขโมยของคนอื่น อีกทั้งยังได้ปฏิบัติตามความเชื่อนั้นจนมีเงินทองร่ำรวย... แต่ผลที่ตามมาก็คือ...ซังเต หรือตาราง... เป็นทางการก็คุก นั่นแหละครับ
    อย่างที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นนะครับ... หากต้องการให้ความเชื่อเกิดผล ก็จะต้องลงมือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติ แล้วแต่กรณีแล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคนนะครับ ผมขอยกตัวอย่างคนจีนที่ร่ำรวยสักตัวอย่างนะครับ... คนจีนยุคก่อนๆมีความเชื่อว่า การค้าขายจะนำมาซึ่งความร่ำรวย แต่ก่อนที่จะร่ำรวยได้ก็ต้องต้องมีทุนที่จะนำมาใช้ในการลงทุน ดังนั้นคนจีนจะมุ่งมั่นทำงานเก็บเงินด้วยความขยันหมั่นเพียรเป็นอย่างมาก เพื่อการสะสมทุนนั้น เมื่อได้ทุนมาแล้วก็ทำการศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่จะลงทุน ซึ่งในยุคโบราณคือการค้าขายนั่นแหละครับ ก่อนที่จะปฏิบัติจริง โดยเขาจะเริ่มจากเล็กๆก่อน แล้วค่อยๆขยับขยายเมื่อมีความพร้อม ไม่ละโมบจนเกินตัวแม้ว่าจะหวังกำไรมากๆก็ตาม...
     แม้ความเชื่อบางอย่างจะเป็นการงมงาย ก็ไม่ควรไปลบหลู่นะครับ เช่น คนยุคใหม่ๆอาจจะมองความเชื่อเรื่องผีเรื่องวิญญาณ เป็นเรื่องคร่ำครึไม่เหมือนวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ แต่อย่าลืมนะครับว่า... เรื่องบางอย่างวิทยาศาสตร์ก็ทำได้แค่ทฤษฎีเดาสุ่มพิสูจน์จริงๆไม่ได้สักที ขณะที่ความเชื่อเก่าๆโบร่ำโบราณ ทำให้คนกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษแม้ท่านอาจจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม
     ท้ายสุดนี้ ขอให้ทุกท่านได้เชื่อมั่นในความเชื่อที่ดีของท่านนะครับ มันจะทรงพลังเมื่อท่านเชื่อและลงมือเท่านั้นครับ อย่างที่คนโบราณเขาบอกไว้คนดีอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ แม้จะอยู่ในที่ไม่ดี แต่ความดีก็จะนำเขากลับมาในที่ที่ดี...

ความคิดเห็น