เดินเที่ยวหลาดใหญ่ สไตล์ชิโน-โปรตุกีส @ ภูเก็ต


    ได้มาเที่ยวถึงภูเก็ตทั้งที ถ้าจะไม่พูดถึงสถาปัตยกรรมอันโด่งดังของจังหวัดภูเก็ตก็คงไม่ดีแน่ๆ... อันที่จริง ตัวผมเองก็ไปเล่าเรียนอยู่ภูเก็ตมาหลายปีดีดัก ก่อนที่จะย้ายสัมมนา เอ้ย! สำมะโนครัวมาอยู่ในมหานครชื่อ กรุงเทพฯ ไหนๆได้กลับมาเที่ยวละก่อนเล่าให้ฟังกันสักหน่อย...
    สำหรับตลาดใหญ่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองภูเก็ตนั่นแหละครับ ก็ตรงถนนเยาวราช หมายถึงเยาราชที่ภูเก็ตนะไม่ใช่กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ขายมาตั้งแผงบ้าง ซุ้มบ้างกันบนท้องถนน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ทางจังหวัดเขาปิดถนนให้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ เป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวไปในตัว...
     ไหนๆก็ไหนๆแล้วเราก็ไปดูกันนะครับว่า ท้องตลาดแห่งนี้มีอะไรบ้าง...
    ซุ้มแรกที่ผมจะพลาดไปไม่ได้เลย คือ ของกิน... และเมื่อมาภูเก็ต แดนไข่มุกอันดามัน จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย นอกจาก... อาหารทะเลทอด ซึ่งมีความสดน่ากินมากๆ เลยครับ... ทั้งกุ้ง ปู ปลา น่ากินทั้งนั้น ขนาดตอนที่ผมเขียนอยู่ ยังรู้สึกน้ำลายไหลเลย ส่วนราคาก็ไม่แพงมากครับ... ทานกันสนุกเลย นอกจากนี้ยังมีอะไรๆให้ลองทานกันอีกเพียบ
 

 


     นอกจากของกินแล้ว ยังมีเครื่องประดับ เสื้อผ้า... และของอย่างอื่นอีกครับ รับรองได้เลยว่าต้องมีอะไรที่ทำให้ท่านถูกใจสักอย่างแน่ๆ ส่วนผม ก็ถูกใจกับโคมเขียว ไม่ใช่ละ ผิดๆๆๆ โคมไฟร้านนี้มากเลยครับ มันดูเป็นโคมไฟที่มีความโมเดิลผสมกับความเรียบง่าย และมีภาพที่เห็นได้บ่อยในหนังจีนกำลังภายในนั่นแหละครับ...

     มาเข้าเรื่องสถาปัตยกรรมกันดีกว่าครับ อุตส่าห์เขียนเกลิ่นนำไว้ตั้งแต่แรก... เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
     สถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตกรรมจีนกับโปรตุเกส โดยจังหวัดภูเก็ตเดิมเป็นสถานที่ที่ชาวจีนอพยพจากประเทศจีนมาตั้งถิ่นฐากหรือรกรากแต่เดิมตั้งแต่สมัยบรรพกาลโน้นแหละครับ ต่อมามีการค้นพบแร่ชาติชนิดหนึ่งในตารางธาตุสมัยเรียนมัธยม ที่ภาษาไทยเรียกว่าดีบุก ทำให้ชาวตะวันหลั่งไหลกันเข้ามาลงทุน เพื่อค้นหาแร่ชนิดนี้
     และเมื่อเข้ามาแล้วก็จำเป็นต้องหาที่พัก แต่พวกนายฝรั่งหัวทองไม่ค่อยชอบจะอยู่อาศัยในบ้านไม้เท่าไหร่ ว่าแล้วก็ให้สร้างบ้านแบบฝรั่งที่สร้างจากอิฐจากปูน แต่ก็นะสถาปัตยกรรมเองก็ทำให้สะดุดใจจึงใส่ลวดลายสไตล์จีนลงไปด้วย มันจึงเกิดสถาปัตยกรรมอย่างที่ว่าขึ้นมา...

   ว่ากันว่า... อาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกิสหลังแรกถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2446 (แต่ผมเองก็ไม่ทราบว่าอาคารหลังไหน เอาไว้ถ้าได้ไปอีกทีจะถามผู้มีความรู้กลับมาเล่าให้ฟัง) แต่สิ่งที่ผมสามารถรับรู้ได้จากการเที่ยวชมครั้งนี้ คือ สถาปัตยกรรมเหล่านี้ถูกอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี ซึ่งต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้เล็งเห็นความสำคัญ และรักษาไว้จนชั่วลูกชั่วหลาน... นอกจากนี้ยังสัมผัสได้ถึงความสุขของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมอีกด้วย...

    หากท่านใดที่ได้อ่านและชื่นชอบสถาปัตกรรมกรรมยุคเก่าก่อน ผมแนะนำให้ท่านลองมาเที่ยวชมดูสักครั้ง ท่านจะสัมผัสได้ถึงมนต์ขลังแห่งเมืองเก่าแห่งนี้...








ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น