SK.1 ภารกิจเกาะพิศวง (บทนำ)

บทนำ
          ตั้งแต่อดีตกาลปรากฏตำนานหรือเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเกาะลึกลับมากมายในท้องสมุทรอันเป็นเกาะลี้ลับที่ซุกซ่อนของขุมสมบัติมากมายมหาศาล แม้กระทั่งในประเทศไทย มีการเล่าขานต่อๆกันมาถึงเรื่องราวเกาะลี้ลับในทะเลอ่าวไทย โดยมีเนื้อหาอยู่ว่า ประมาณช่วง ปี พ.ศ. 2404 ชาวอังกฤษบังคับให้ประเทศของเราจ่ายค่าปรับเป็นทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลจากการละเมิดสนธิสัญญาที่ประเทศของเราจำใจต้องตกลงทำสัญญานั้นขึ้น
 หลังจากที่ได้รับค่าปรับดังกล่าวแล้ว พวกเขาต้องการนำทรัพย์สินเหล่านี้กลับไปยังประเทศที่จากมา แต่เนื่องมาจากทรัพย์สินที่ได้รับนั้นมากมายมหาศาลนัก ชาวอังกฤษจึงจำเป็นต้องซุกซ่อนมันไว้เสียก่อนเพราะเรือที่พวกเขามีสามารถนำทรัพย์สินเหล่านี้กลับไปได้เพียงส่วนน้อยจากทรัพย์สินทั้งหมด จึงนำทรัพย์สินเหล่านั้นไปซุกซ่อนไว้บนเกาะแห่งหนึ่งเพื่อจะได้นำกองเรือมานำสมบัติทั้งหมดกลับไปยังประเทศของพวกเขา
ผู้นำของทหารอังกฤษซึ่งมีนามว่า จอห์น เบาว์ริง ได้ทำแผนที่การเดินเรือเอาไว้เพื่อกลับมายังเกาะแห่งนั้นอีกครั้ง เมื่อเบาว์ริงเดินทางกลับสู่ประเทศอังกฤษและนำทรัพย์สินที่ได้มาและแผนที่เกาะที่ซุกซ่อนสมบัติถวายให้แด่ราชินี พระองค์ทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้กัปตันเรือควีนเอลิซ นามว่า อีธาน เกรเกอร์ นำกองเรือ 1,000 ลำ เพื่อกลับไปนำทรัพย์สมบัติทั้งหมดมาถวายแด่พระองค์ ซึ่งพระองค์ได้สั่งช่างอักษรให้คัดลอกแผนที่เพื่อมอบให้แก่กัปตันเกรเกอร์
ช่างอักษรได้คัดลอกแผนที่ดังกล่าวลงในหนังสัตว์ ด้วยเห็นว่าหากคัดลอกลงในกระดาษแล้วอาจจะได้รับความเสียหายง่ายกว่าเมื่อต้องเดินทางผ่านสามมหาสมุทร และมอบให้แก่กัปตันเกรเกอร์ก่อนที่จะออกเดินทาง
เมื่อกัปตันเกรเกอร์นำทัพกองเรือกลับมายังประเทศไทย และได้ล่องเรือไปตามแผนที่ที่ได้รับมานั้น กลับไม่พบเห็นเกาะอันถูกบันทึกไว้ในแผนที่ ทำให้คาดการณ์ว่าแผนที่อาจจะมีความคลาดเคลื่อน จึงสั่งให้กัปเรืออีกสองลำติดตามเขาเดินทางกลับไปประเทศอังกฤษเพื่อนำแผนที่ฉบับจริงมาใช้ในการค้นหาเกาะดังกล่าว และให้กองทัพเรือทั้งหมดรออยู่ ณ บริเวณทะเลอ่าวไทย
หลังจากที่กัปตันเกรเกอร์เดินทางผ่านช่องแคบมะละกา จนกระทั่งถึงเกาะภูเก็ตจึงได้เทียบเรือแวะพักเพื่อเตรียมอาหารและเสบียงในการเดินทาง และได้ออกเดินเรือต่อไปแต่ยังไม่ทันพ้นจากฝั่งไกลนักก็ถูกโจรสลัดดักโจมตี ทำให้เรือควีนเอลิซเสียหายจมลงสู่ท้องมหาสมุทรไปพร้อมกับเรืออีกสองลำและชีวิตลูกเรืออังกฤษทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงกัปตันเกรเกอร์ ขณะที่แผนที่ตกไปเป็นของกลุ่มโจรสลัดซึ่งได้นำทรัพย์สินจากการปล้นมาซุกซ่อนไว้บนเกาะแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง แต่ไม่นานนักเหล่าโจรสลัดกลับมาห้ำหั่นกันเองเพราะความโลภจนต้องทิ้งชีวิตไว้เคียงข้างหีบสมบัติและสมบัติต่างๆที่ก่ายกองอยู่ ณ เกาะแห่งนั้น ด้านกองทัพเรืออังกฤษเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของกัปตันเกรเกอร์จึงเคลื่อนทัพกลับประเทศอย่างผู้พ่ายศึกและไม่เคยยกทัพเรือกลีบมาเพื่อตามหาสมบัตินั้นอีกเลย
กระทั่งในปี พ.ศ. 2542 มีการจัดตั้งทีมสำรวจทะเลอ่าวไทย โดยกรมทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อค้นหาแหล่งพลังงานใต้ทะเล ซึ่งในการสำรวจครั้งนั้นมีทีมสำรวจประมาณ 30 คน พวกเขาได้ค้นพบเกาะที่ไม่มีอยู่ในแผนที่ จึงมีการลงมติกันให้ส่งชุดสำรวจไปยังบริเวณเกาะแห่งนั้น แต่ก่อนจะเริ่มการสำรวจเกาะแห่งนั้นก็อันตรธานหายไปจนเป็นที่น่าสงสัยและสนใจแก่เหล่านักสำรวจยิ่งนัก แต่แม้ว่าพวกเขาจะพยายามตามหาสักเท่าไหร่ ก็ไม่พบเจอสิ่งที่ต้องการอีกเลยและเลิกล้มแผนการไปในท้ายที่สุด
จากการสำรวจครั้งนั้นทีมสำรวจทุกคนเล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า พบเห็นเกาะแห่งหนึ่งในทะเลอ่าวไทย เป็นเกาะขนาดเล็ก ซึ่งมีหมอกปกคลุมตลอดเวลา เมื่อข่าวเรื่องนี้แพร่หลายออกไปเรื่องเล่าขานของชาวบ้านในละแวกนั้นจึงกลายเป็นที่โด่งดังยิ่งขึ้น ทำให้เหล่านักผจญภัย นักล่าสมบัติ นักท่องเที่ยว หลั่งไหลเข้ามาจนกลายเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของจังหวัดชลบุรี
แม้กรมทรัพยากรธรรมชาติได้ทดลองใช้ดาวเทียมและเครื่องบินในการค้นหาพิกัดของเกาะแห่งนั้น ตามที่กัปตันเรือผู้ซึ่งพาทีมสำรวจไปพบเกาะลึกลับได้บันทึกพิกัดไว้ แต่ก็ไม่พบเจอเกาะนั้นแม้แต่อย่างใด จนเวลาล่วงเลยหลายปีผ่านไปก็ไม่มีใครได้พบเห็นเกาะแห่งนั้นอีกเลย และเรื่องเล่าขานถึงขุมทรัพย์นี้ก็ดูเหมือนจะเงียบหายไปด้วย... ขณะที่เมืองแห่งเรื่องเล่าขานกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปัจจุบันเรียกว่า เมืองพัทยา
ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560 กรมทรัพยากรธรรมชาติได้ทำสำรวจทะเลเพื่อค้นหาแหล่งพลังงานทดแทนอีกครั้ง โดยมีนักสำรวจ 7 คน ได้พบเกาะแห่งหนึ่งที่พวกเขาไม่ทราบชื่อและได้ลงจากเรือไปทำการสำรวจ ขณะที่กัปตันเรือของทีมสำรวจกำลังจดพิกัดการเดินเรือบนเรืออยู่นั้น เกาะตรงหน้ากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมๆกับนักสำรวจทั้งหมด และแม้จะมีการพยายามตามหาเท่าไรก็ไม่พบอีกเลย...
ปัจจุบัน (สิงหาคม 2560)


หน้าหลัก>>ตอนต่อไป

ความคิดเห็น