ปรับเปลี่ยนวิถี (กับดักแรก)
คนเราทุกคนย่อมเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไป
จึงทำให้มีวิถีชีวิตแตกต่างกันไปด้วย คำว่าสภาพแวดล้อมที่เอ่ยยี่ไม่ใช่แค่สภาพภูมิประเทศ
สภาพภูมิอากาศ หรือสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ เช่น ป่าเขา เมืองใหญ่ เท่านั้นนะครับ
ผมยังรวมไปถึงปัจจัยอื่นๆ ทั้งการเลี้ยงดู ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม อาชญากรรม มลพิษ
รถติด และอีกมากมาย จะให้พูดทั้งวันก็คงไม่หมด
ปัญหาที่ผมอยากจะยกขึ้นมาในที่นี้คือการแก้ปัญหาหนี้สิน
ซึ่งคงมีคนไม่น้อยที่จะต้องปวดหัวกับภาระหนี้ที่มากมายก่ายกองในแต่ละเดือน ไล่ตั้งแต่ค่าหายใจไปเลยก็ว่าได้...
จนกระทั่งหลายๆคนบ่นกันว่า “... เงินเดือนยังไม่ทันได้ใช้เลย...” ก็มี
ผมเชื่อว่าทุกคนที่เจอกับปัญหานี้
แน่นอนเขาย่อมต้องคิดแน่ๆ แหละ ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร จะมีวิธีในบ้างลดรายจ่ายได้
หรือสร้างรายได้เพิ่ม เอาไงดีน๊า... ถ้าไม่ลดหรือลดไม่ได้ก็ต้องหาเพิ่ม
แล้วถ้าจะหาเพิ่มต้องไปหาที่ไหนดีละ ...
จากนั้นหลายๆคนคงถอนหายใจอีกอย่างหนึ่งครั้ง... หรืออาจจะไม่ก็ได้ก็ได้...
และนี่คือกับดักแรกของการเปลี่ยนวิถีชีวิตนั่นเอง
และที่ว่ากับดักแรกมันคืออะไร? ผมขอบอกเลยครับว่า “มันก็คือความคิดนี่แหละ”
ปัญหาของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่คิดไม่ได้หรือคิดไม่ออกหรอกครับ
ทุกคนคิดออกนั้นแหละว่าจะแก้ปัญหายังไง
แต่ปัญหาคือไม่รู้จะเริ่มมันที่ตรงไหนนี่สิ... บ้างก็ให้เหตุผลว่าติดงานประจำ ทำมาทั้งวันจันทร์ถึงศุกร์หรือเสาร์
ก็หมดเรี่ยวแรงแล้ว บ้างก็อ้างว่ามันทำไปก็ไม่คุ้มค่าหรอก
บ้างก็บอกว่าไม่รู้จะไปถามใคร ไม่รู้ว่ามันจะได้เงินจริงๆไหม ไม่รู้ๆๆๆๆ....
จนในที่สุดก็ไม่ได้เริ่มกันสักที
จากที่เล่ามานะครับ ส่วนใหญ่เลยคือ “คนเราคิดมากเกินไป...”
คิดไปถึงอนาคต คิดไปถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดและไม่รู้ว่าจะเกิดไหมด้วยซ้ำ
คิดวนไปเวียนมาจนลืมทำไปเสียอย่างนั้น สุดท้ายใช้ชีวิตแบบเดิมดีกว่า...
พอบ้างไม่พอบ้างก็ช่างเถอะ อยู่ได้พอแล้ว...
ก็จริงอย่างที่ว่านั่นแหละครับ
อยู่ได้ก็พอแล้ว แต่ไม่เหลือนี่สิปัญหา ก็อย่างที่เขาว่ากันแบติดตลกๆ นั่นแหละ “ที่สุดของความเสียใจที่สุดคือตายไปแล้วใช้เงินไม่หมด
แต่ที่สุดของความสลดคือเงินหมดทั้งๆที่ยังหายใจ”
แล้วเราจะแก้ปัญหานี้กันอย่างดี? แน่นอนครับว่าการจะแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นที่การคิด
จากนั้นก็ต้องก้าวให้ผ่านเส้นความคิดไปสู่การกระทำ
ถ้าไม่ทำทุกอย่างก็จอดแค่ป้ายแรกหรือกับดักแรกที่ผมพูดมานี่แหละครับ
สรุปเอาง่ายนะครับ
การจะก้าวผ่านกับดักแรกที่เรียกว่าความคิดไปได้
ต้องเอาความคิดมาลงมือทำอย่างจริงจัง ย้ำนะครับ “ต้องทำจริงจัง” ไม่งั้นก็เตรียมล้มเหลวครับ
เพราะโอกาสที่จะสำเร็จได้มันน้อยเกินกว่าจะพูด ยกเว้นว่าดวงจะเฮงเอาจริงๆ
นั่นก็แล้วแต่บุญพาวาสนานำ แต่อย่าลืมว่าต้องคิดแล้วทำนะครับ เพราะถ้าทำแบบไม่คิด
โอกาสสำเร็จมันก็ยากพอกัน...

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น