ณ ห้องประชุมใหญ่ศูนย์ปฏิบัติการทางทหารแห่งชาติ
ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงของประเทศ
ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนชั้นยศนายพลจากสี่เหล่าทัพ และผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประชุมอย่างเคร่งเครียดจากกรณีการหายสาบสูญไปของนักสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ จำนวน 7
ราย ในเดือนกรกฎาคม 2560 ฝ่ายความมั่นคงกำลังชี้แจงถึงความพยายามในการค้นหานักสำรวจดังกล่าว
“...ทางกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
ได้ดำเนินการค้นหาโดยทางเรือ และทางอากาศแล้วครับ แต่ไม่ปรากฏเกาะตามรายงานที่ได้รับ
ครับ”
ขณะที่ผู้แทนจากกรมทรัพยากรธรรมชาติ
ได้ชี้แจงไปในทำนองเดียวกันว่า “จากการใช้ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
และดาวเทียมของประเทศตะวันตกในการค้นหา ไม่พบเกาะหรือพื้นแผ่นดินในบริเวณดังกล่าว
เช่นกันครับ”
“แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไง
คนเจ็ดคนหายไป โดยไร้ร่องรอยบนเกาะในนิทานหรือไง”
ประธานที่ประชุมซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของประเทศกล่าวด้วยอาการหงุดหงิดใจ
หลังจากไม่มีความคืบหน้าใดๆในประเด็นที่ได้ประชุมกัน
ปลายโต๊ะบนที่นั่งท้ายสุด
ชายในชุดสูตรดำ อายุประมาณ 45 ปี ได้ยกมือขึ้น
“มีอะไรจะว่า...เชิญ” ประธานเอ่ย
ชายคนดังกล่าวลุกจากเก้าอี้
ก่อนพูดว่า “ขออนุญาตครับท่าน
จากการหายไปของนักสำรวจจนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับจ้องในขณะนี้
ผมขอให้ท่านโปรดอนุมัติให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ SK.1 เป็นผู้ดำเนินการค้นหาครับ”
“คุณเป็นใคร... แล้วไอ้หน่วยปฏิบัติการอะไรนั่นคืออะไร”
ประธานถาม
“ผม พันเอกพิเศษ ปฐม สิงหราชเดช
ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติครับ” ผู้พันกล่าวชี้แจง
“สำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษเป็นหน่วยงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475
มีหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ ตามแฟ้มที่รายงานท่านครับ”
เลขานุการได้นำแฟ้มเอกสารยื่นให้แก่ประธานเพียงผู้เดียว
โดยแฟ้มดังกล่าวนี้เป็นแฟ้มกระดาษสีเหลือง มีข้อความบนปกแฟ้มมีตราครุฑอยู่ใต้คำว่า
ลับที่สุด สีแดงอยู่บนหัวกระดาษ กลางปกมีคำว่า SK.1
“ผมได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรีให้นำเรื่องนี้มาเสนอต่อท่านครับ” ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติ (ผอ.ปพช.) กล่าวชี้แจง
“ทำไมผมถึงไม่ทราบ
ว่ามีหน่วยงานนี้อยู่ในประเทศ” ประธานถาม
“เป็นความลับสุดยอดครับท่าน...”
ผอ.ปพช. ตอบอย่างเรียบเฉย ขณะที่ประธานเหลือบตามองเพราะไม่พอใจคำตอบดังกล่าว
แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้ หลังจากนั้นก็ก้มลงอ่านรายละเอียดในแฟ้มเอกสารต่อไป
ขณะที่ที่ประชุมกำลังนิ่งเงียบรอการพิจารณาของประธาน
โทรศัพท์ของประธานมีเสียงดังขึ้น
เขาหยิบโทรศัพท์ของเขาออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อผู้โทรศัพท์เข้ามาว่า
“ท่านนายกฯ” ประธานจึงเดินออกจากห้องประชุมไป
ทิ้งให้ผู้เข้าร่วมการประชุมนั่งรออย่างฉงน
แม้พวกเขาจะรู้ว่าจะต้องเป็นบุคคลสำคัญโทรศัพท์เข้ามา
แต่ก็ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นใคร จึงได้แต่เดาสุ่มในใจ
ซึ่งส่วนใหญ่ก็เดาได้ถูกต้องเสียด้วย
ครู่หนึ่ง ประธานได้เดินกลับมานั่งที่เดิมของเขาอีกครั้ง
ขณะที่ทุกคนนั่งรอฟังการตัดสินใจอย่างใจจดใจจ่อ ประธานจึงได้กล่าวขึ้นว่า
“สำหรับภารกิจในการตามหานักสำรวจเหล่านี้
ผมขอมอบหน้าที่ให้กับหน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติ ให้กองทัพบกสนับสนุนยุทโธปกรณ์
กองทัพเรือสนับสนุนการเดินทาง และกองทัพอากาศคอยสนับสนุนในกรณีฉุกเฉิน ให้กรมทรัพยากรธรรมชาติ
และกรมธรณีวิทยา เข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย... ขอปิดการประชุม”
ขณะที่ผู้ประชุมคนอื่นๆ
กำลังออกไปจากห้องประชุม ผอ.ปพช. ยังคงนั่งด้วยท่าทีเรียบเฉย
จนกระทั่งในห้องประชุมเหลือเขาอยู่เพียงผู้เดียว
เขาหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมากดโทรออก เมื่อเสียงสัญญาณโทรออกหายไป
เขาจึงพูดผ่านโทรศัพท์ไปว่า “เรียกปฏิบัติการ เอสเควัน”
-----
2 วันต่อมา ณ
ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติ อาร์ม นายทหารเรือชั้นสัญญาบัตรคนหนึ่ง รูปร่างท้วม
ผิวขาว ตาตี่ กำลังเดินมุ่งตรงไปที่ห้องพักหมายเลข 304
พร้อมกระเป๋าสัมภาระหนึ่งใบที่เขากำลังสะพายอยู่ เมื่อถึงหน้าประตูห้องพัก
เขาบิดลูกบิดประตูเข้าไปในทันที
เพราะเขาทราบอยู่ก่อนแล้วว่าเขาจะต้องพักกับนายทหารเรือชั้นสัญญาบัตรอีกคนที่ชื่อ
บูม ซึ่งเป็นเพื่อนกับเขามาตั้งแต่สมัยเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร
ขณะที่บูม นายทหารซึ่งพักอยู่ในห้อง
304 เขามีรูปร่างคล้ายกับอาร์ม แต่อ้วนกว่า ผิวคล้ำ กำลังนอนอยู่บนเตียงด้านบนของเตียงสองชั้นกำลังเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ
เขาชำเลืองมองประตูเมื่อเสียงเปิดประตูดังขึ้น
“แกร๊ก..”
อาร์มเดินเข้ามาในห้อง
พร้อมกับสัมภาระ...
“มาแล้วเหรอวะ ...อาร์ม”
“อื้ม... แล้วนายมาถึงนานแล้วยัง
...” อาร์มเหวี่ยงกระเป๋าสะพายที่เขาถืออยู่วางลงบนเตียงด้านล่างอย่างระมัดระวัง
“เมื่อวานวะ...” บูมตอบพร้อม
อาร์มนั่งลงบนเตียงนอน แล้วถามต่อไป
“แล้ว นายรู้ไหมวะ... ตกลงนี่มันภารกิจอะไร”
“รู้แค่ว่า
เป็นภารกิจค้นหานักสำรวจของกรมธรรมชาติอะไรสักอย่างนี่แหละ...
นายยังไม่ได้อ่านคำสั่งเหรอ”
“อื้ม นายเราโทรศัพท์ให้มาที่ด่วน
เลยรีบมา... ยังไม่ได้ดูหนังสือเลย...”
ทั้งสองคนสนทนาเรื่องจิปาถะกันอีกครู่หนึ่ง
ก่อนจะพักผ่อนตามอัธยาศัยในแบบของตน ซึ่งบูมนอนหลับ ขณะที่อาร์มหยิบเอาเครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป
ออกมาจากกระเป๋าสะพายมานั่งอ่านข่าว
-----
เย็นวันนั้น บูมกับอาร์ม
ออกไปทานอาหารเย็นที่ห้องอาหารของศูนย์ปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติ ซึ่งทำให้เขาต้องประหลาดใจอย่างมาเมื่อพบกับเพื่อนสมัยเรียนโรงเรียนเตรียมทหารด้วยกัน
อีก 5 คน
“เฮ้ย ต่วน เจน มาร์ค นัด ปืน
มาไงวะ” บูมทักเสียงดังลั่น
ต่วน เขามีรูปร่างกำยำ สูงโปร่ง
ผิวคล้ำ และเจน เขามีรูปร่างกำยำ ผิว คล้ำ เป็นนายทหารบกชั้นสัญญาบัตร ส่วนมาร์ค
เขามีรูปร่างกำยำ แต่มีส่วนสูงน้อยที่สุดในกลุ่ม ผิวขาว
เป็นนายทหารอากาศชั้นสัญญาบัตร ขณะที่นัด เขามีรูปร่างกำยำ สูงใหญ่ ผิวคล้ำ
และปืน เขามีรูปร่างกำยำ สูงโปร่ง ผิวขาว
เป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร
“อ้าวเฮ้ย!!! พวกนายก็มาเหรอวะ..”
นัดกล่าวทักทายตอบ
“อาร์ม บูม พวกนายสบายดีป่าววะ”
ปืนถาม
“เออ สบายดีวะ พวกนายละ”
อาร์มตอบพร้อมถามกลับไป
“แน่นอนดิ” นัดตอบ
“สบายดีๆ” เจนตอบ
“สบายดี” ต่วนตอบ
“ชัวร์” มาร์คตอบ
หลักจากที่ทักทายกันจนเสร็จสรรพ
อาร์มกับบูม จึงเดินไปยังจุดรับอาหารและกลับมานั่งรวมโต๊ะกับเพื่อนๆทั้ง 5 คน
ที่กำลังทานอาหารเย็นกันอยู่ก่อน และการสนทนาก็ยังคงดำเนินต่อไป
“พวกนาย
ได้รับคำสั่งให้มาทำภารกิจค้นหาคนใช่ไหมวะ” อาร์มถาม
“อื้ม... ใช่” ปืนตอบ
“ทุกคนเลยเหรอ” บูมแทรก
“ก็ทุกคนนั่นแหละ
ถ้านับรวมพวกนายสองคนด้วย ฮ่าๆๆ” นัดตอบ
“แล้วแค่ตามหาคนหาย
ทำไมต้องพวกเราด้วยวะ” บูมถามขึ้น “ไหงต้องขนกันมาทุกเหล่าทัพเลย...”
“คนที่หายไปคงสำคัญมากแหละ ไม่งั้นคงไม่เรียกพวกเราหรอก”
ต่วนตอบพร้อมยักไหล่ครั้งหนึ่ง
“เฮ้ยเจน
แกพอรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมวะ” อาร์มหันไปถาม
“รู้แค่ว่าเป็นนักสำรวจจากกรมทรัพยากรธรรมชาติหน่ะ
ได้ข่าวว่าค้นหากันให้วุ่นอยู่ยกใหญ่นะ หายังไงก็ไม่พบร่องรอยเลย
แต่ไม่รู้รายละเอียดอื่นวะ” เจนตอบด้วยท่าทีเรียบเฉย
การสนทนายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
พร้อมๆไปกับการรับประทานอาหารมื้อนั้น ก่อนที่จะสิ้นสุดลงและแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามห้องพักที่ถูกจัดเอาไว้ให้
หลังจากที่อาร์มกลับมายังห้องพักและจัดการธุระส่วนตัวทุกอย่างเสร็จสรรพ
เขาสังเกตเห็นบูมนอนกรนเสียงดังอยู่ แน่นอนว่าเพื่อนร่วมห้องพักของเขาคงจะหลับไปแล้ว
เขายิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะปีนป่ายไปยังชั้นบนของเตียง
เพื่อที่จะพักผ่อนเช่นกัน ก่อนที่เขาจะก่ายร่างกายของเขาลงบนเบาะนอน
เขารู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกคิดถึงเพื่อนในสมัยเด็กคนหนึ่งที่เคยอยู่บ้านใกล้ๆกันที่จังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งเขาสนิทกับเธอมากและเล่นด้วยกันมาตลอด แต่เขาจำภาพได้เพียงเลืองลางของใบหน้าเด็กหญิงคนนั้นเท่านั้น
เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหนและเป็นอย่างไร
นับตั้งแต่ที่พ่อแม่ของเธอย้ายรกรากไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เขาก็ไม่เคยได้ข่าวของเธออีกเลย แต่นั่นมันก็นานกว่า 20 ปีมาแล้ว
เขาถอนหายใจครั้งหนึ่งและคิดในใจว่าเขาจะมีโอกาสได้พบเพื่อนคนนี้อีกสักครั้งหรือไม่
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หลับไป
เช้าวันต่อมา หลังจากที่อาร์มและเหล่านายทหารชั้นสัญญาบัตรมาร่วมกันรับประธานอาหารเช้า
ณ ห้องอาหารแห่งเดิม มีนายทหารชั้นประทวนเดินเข้ามาทำความเคารพพวกเขาตามแบบทหาร
และได้แจ้งให้พวกเขาทราบว่าผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติ
ต้องการพบพวกเขา พร้อมแจ้งสถานที่และเวลาให้ทราบ จนกระทั่งถึงเวลานัด
อาร์มและเพื่อนๆ นายทหารรีบไปยังสถานที่นัดดังกล่าวในทันที
-----
ณ ห้องประชุมปฏิบัติการพิเศษ
อาร์มและเพื่อนๆ
เข้าไปนั่งรอบุคคลที่เรียกพวกเขาเข้าพบ
ซึ่งห้องประชุมนี้เป็นห้องประชุมขนาดเล็กจุคนได้ราว 15 - 20 คน ครู่หนึ่งก็มีคนเข้ามาเพิ่มอีก
5 คน เข้ามายังห้องประชุม 3 คนแรกเป็นผู้ชาย คนหนึ่งมีอายุราว 35 ปี ผิวขาว รูปร่างอวบ
ความสูงประมาณ 1.6 -1.7 เมตร และอีกสองคนมีอายุราว 26 -30 ปี คนหนึ่งผิวขาว รูปร่างสูงโปร่ง
สูงประมาณ 1.8 เมตร อีกคนผิวคล้ำ รูปร่างกำยำ สูงประมาณ 1.7 เมตร ส่วนอีก 2 คน
เป็นหญิงอายุราว 25 ปี ทั้งสองมีรูปร่างเบาะบาง ผิวขาว สูงประมาณ 1.6 เมตร
คนหนึ่งดูน่ารักสดใส ขนาดที่อีกคนก็ดูสวยโดดเด่นเป็นอย่างมาก ซึ่งเธอทั้งสองย่อมดึงดูดความสดใจจากหนุ่มๆนายทหารที่อยู่ในห้องอย่างแน่นอน
แม้เหล่าชายชาติทหารที่อยู่ในห้องจะมีการแอบชำเลืองมองบ้าง แต่พวกเขาก็สงบใจลงอย่างรวดเร็วเพื่อรักษากิริยาเช่นกัน
หลังจากผู้มาใหม่เข้ามาในห้องประชุม
อาร์มและเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่อย่างกระจัดกระจายก็รีบลุกขึ้นกล่าวทักทายด้วยการตะเบ๊ะพร้อมกล่าวสวัสดี
ส่วนผู้มาใหม่เองก็ยกมือไหว้และกล่าวสวัสดีเช่นกัน
ก่อนที่ทุกคนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่เรียงรายอยู่ตามโต๊ะของห้องประชุม ซึ่งนายทหารทั้งหมดได้จัดให้ทั้งห้าคนนั่งอยู่ใกล้ๆ
กัน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น