SK.1 ภารกิจเกาะพิศวง (ตอนที่ 2 : ภารกิจ)

ตอนที่ 2 : ภารกิจ
ครู่หนึ่งนายทหารยศนายพันสามคนเดินเข้ามาในห้องประชุม โดยนายยศพันเอกเดินนำเข้ามา ตามด้วยพันโท และพันตรี ตามลำดับ อาร์มและเพื่อนๆ ยืนขึ้นทำความเคารพผู้บังคับบัญชาในทันที ขณะที่ห้าคนที่เข้ามาภายหลังพวกเขาลุกขึ้นยืนและยกมือไหว้
นายทหารยศพักเอกพยักหน้า และเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงหัวโต๊ะทันที ขนาดที่นายพันอีกสองท่านเดินเข้ามานั่งขนาบข้างของนายพันเอกผู้นั้น และการประชุมก็เริ่มขึ้น
“สวัสดีทุกท่าน ผมพันเอกพิเศษ ปฐม สิงหราชเดช ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งชาติ” นายทหารยศพันเอกกล่าวแนะนำตัว และกล่าวต่อไปว่า “ที่ผมเรียกทุกท่านมาวันนี้ เพราะผมได้รับคำสั่งให้ดำเนินการติดตามผู้ที่สูญไปจากการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ผมหวังว่าหลายท่านคงได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นกันมาบ้างแล้ว”
โดยท่าทีเคร่งขรึมและใบหน้าที่เรียบเฉยของพันเอกพิเศษ ปฐม ทำให้ผู้เข้าประชุมทุกคนตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก
“ก่อนอื่นผมขอแนะนำพันโท ประจักษ์ ราชภักดีพงษ์ ท่านเป็นที่ปรึกษาหน่วยปฏิบัติการพิเศษ” ผู้เป็นประธานการประชุมพร้อมกับยกมือขวาทอดยาวไปด้านขวาซึ่งผู้ที่ถูกแนะนำนั่งอยู่ พันโท ประจักษ์ ยิ้มเล็กน้อยเป็นการทักทาย
“อีกท่าน คือ พันตรี ธิติ ลิ้มปิยะกุล ท่านจะเป็นหัวหน้าชุดในการทำภารกิจครั้งนี้” เขาเลื่อนมือขวาทอดไปอีกด้านหนึ่งซึ่งพันตรี ธิติ นั่งอยู่ ขณะที่พันตรี ธิติ ยิ้มเล็กน้อยเป็นการทักทายเช่นเดียวกัน
พันเอกพิเศษ ปฐม ยังคงพูดต่อไป “...ผมอยากให้ทุกท่านแนะนำตัวเอง เนื่องจากทุกท่านจะต้องปฏิบัติงานร่วมกันในภารกิจครั้งนี้ เชิญท่านก่อนเลยครับ” พร้อมหันไปมองผู้เข้าประชุมห้าคนที่ไม่ใช่นายทหาร
“สวัสดีครับ ผมนายสาธิต ศรีทอง นักวิชาการธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ ครับ” ชายวัยราว 35 ปี กล่าวแนะนำตัวเองพร้อมกับยิ้มออกไปเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะ แพทย์หญิงนิชาดา ศิริพงษ์ ค่ะ” หญิงสาวผู้ที่ดูน่ารัก สดใส แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม
“แพทย์หญิงวิภาดา พร้อมศิริ ค่ะ” หญิงสาวผู้ที่ดูสวยเด่น แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน
หลังจากที่หญิงสาวทั้งสองแนะนำตัว แม้อาร์มและเพื่อนๆ ไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา แต่ภายในใจทุกคนนั้นไหวระทวยกันไปแล้วทั้งสิ้น
“ผม นายสันติพงษ์ วงศ์กาญจน์ นักวิชาการทรัพยากรธรรมชาติ ครับ”
“สวัสดีครับ ผม นายกีรติ จำลอง นักการข่าวปฏิบัติการ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ครับ”
หลังจากนั้น อาร์มและเพื่อนๆ ก็เริ่มแนะนำตัวเอง
“ผม เรือเอก ไพศาล สมอูม” อาร์มแนะนำตัว จากนั้นบูม มาร์ค ปืน นัด เจน และต่วน แนะนำตัวเองตามลำดับ
“ผม เรือโท ธนกฤต ชูไชย”
“ผม เรืออากาศโท ณัฐวุฒิ เพชรวารินทร์”
“ผม ร้อยตำรวจเอก กิติศักดิ์ สารีนนท์”
“ผม ร้อยตำรวจโท สมชาย เทพศาสตรา”
“ผม ร้อยโท ปณิธาน แก้วเซ่ง”
“ผม ร้อยโท ศุภวัฒน์ เสี้ยวทอง”
หลังจากที่ผู้เข้าประชุมกล่าวแนะนำตัวเองจนครบทุกคนแล้ว ประธานจึงกล่าวขึ้น “ในเมื่อทุกท่านรู้จักกันหมดแล้ว ผมขอเข้าเรื่องสำคัญในการประชุมนี้” เขากว้านสายตามองไปยังผู้เข้าประชุมที่อยู่เบื้องหน้าและกล่าวต่อไป “ทุกคนคงทราบจากข่าวสารกันมาบ้างแล้วนะครับว่ามีนักสำรวจหายไปในทะเลอ่าวไทย ซึ่งหนึ่งในกลุ่มนักสำรวจมีบุคคลที่สำคัญรวมอยู่ด้วย...”
ระหว่างที่ประธานกำลังพูดอยู่นั้น ประตูห้องประชุมถูกเปิดขึ้น ขณะมีนายทหารชั้นประทวนสองคนเดินถือแฟ้มเอกสารซ้อนกันหลายแฟ้มเข้าและแจกจ่ายให้กับผู้เข้าประชุมทั้งหมด
ขณะที่นัดแอบหันไปกระซิบกับปืนเบาๆว่า “ลูกคนใหญ่คนโตแน่เลยวะ”
“เออวะ เราก็คิดแบบนั้น”
แม้ว่าจะไม่มีใครได้ยินการสนทนากันระหว่างเขาทั้งสองคน แต่อาร์มและเพื่อนๆ ที่เหลือก็รู้ได้ทันทีว่าทั้งสองคุยอะไรกัน โดยสังเกตจากการที่ทั้งสองคนนั้นยิ้มแห้งๆ ออกมา
เมื่อประธานเห็นว่าผู้ประชุมได้รับแฟ้มเอกสารแล้ว ประธานจึงเริ่มกล่าวต่อไป “นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่ผมได้รับ ซึ่งเกี่ยวกับภารกิจนี้...” ประธานยังคงกล่าวเกี่ยวกับหัวข้อการประชุมต่อไป ระหว่างนั้นอาร์ม เปิดแฟ้มออกมาอ่านเอกสารภายในโดยผ่านตา จนกระทั่งหยุดที่ภาพถ่ายผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขารู้สึกคุ้นตา แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร...
เมื่อประธานขอให้ที่ประชุมเปิดไปยังภาพถ่ายของนักสำรวจที่หายไปในแฟ้มเอกสารนั้น เขาก็ผู้ขึ้นว่า “นี่คือนักสำรวจ ทั้ง 7 คน ที่หายไป และบุคคลสำคัญที่ผมต้องการให้ทุกท่านตามหาให้พบ คือ มิสเตอร์โจเซฟ เทเลอร์ นักสำรวจชาวอเมริกา บุคคลนี้เป็นนักสำรวจที่ทางอเมริกาให้ความสำคัญเป็นอย่าง นอกจากจะเป็นนักสำรวจที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว ยังเป็นผู้คิดค้นวิธีการในการสำรวจและค้นหาทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ดาวเทียมของอเมริกาด้วย” ประธานกว้านสายตาไปมองผู้เข้าประชุมอีกครั้ง พร้อมกับเปิดเอกสารไปยังภาพถัดไปซึ่งเป็นรูปที่อาร์มกำลังครุ่นคิดอยู่ขณะนี้ จากนั้นก็พูดต่อไปว่า “และอีกคนหนึ่งคือ คุณวราภรณ์ มณีรักษ์”
“อนุญาตครับท่านผู้อำนวยการ” มาร์คยกมือขึ้น “สำหรับมิสเตอร์โจเซฟ ผมเข้าใจครับว่าเหตุใดทางสหรัฐต้องการตัวเขา แต่...”
“ถ้าคุณหมายถึงคุณวราภรณ์ เธอเป็นบุตรสาวของท่านเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศสหรัฐอเมริกา และเธอเป็นนักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดด้านทรัพยากรธรรมชาติ มิสเตอร์โจเซฟเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ของเธอ เขาจึงพาเธอมาด้วยในการสำรวจนี้”
หลังจากได้ยินคำตอบของ ผอ.ปพช. นัดแอบกระซิบกับปืนอีกครั้ง “ว่าละไง” ปืนพยักหน้าเบาๆ
เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมงกับการอธิบายข้อมูลต่างๆ ให้กับผู้ประชุมฟัง เมื่อดูเหมือนทุกคนจะเข้าใจข้อมูลที่ได้รับแล้ว ประธานหันไปสอบถามแพทย์หญิงทั้งสองคน เนื่องจากเขาคิดว่าผู้หญิงทั้งสองคนนี้ดูบอบบางนัก เกรงว่าจะไม่อาจเข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้ได้ แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะใช้คำพูดที่ฟังดูรุนแรงเกินไป จึงถามคุณหมอทั้งสองคนออกไปว่า “ผมขอความเห็นจากคุณหมอด้วยครับ”
คุณหมอทั้งสองคนเข้าใจความคิดของประธานการประชุมทันที แพทย์หญิงวิภาดา จึงตอบออกไปว่า “ท่านผู้อำนวยการไม่ต้องเป็นกังวลค่ะ ดิฉันเคยออกไปปฏิบัติงานแพทย์อาสาอยู่บ่อยๆ” สิ้นเสียงคำตอบรอยยิ้มของเธอก็ปรากฏออกมา ถ้าหากเป็นชายหนุ่มผู้อ่อนไหวต่อโลกแล้วย่อมต้องหลงใหลเลยทีเดียว
“ดิฉันก็เช่นกันค่ะ” แพทย์หญิงนิชาดาตอบพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนงดงามของเธอ
แม้ว่า ผอ.ปพช. ยังมีความกังวลอยู่ แต่ด้วยเห็นว่าภารกิจเป็นการค้นหาบุคคลที่สูญหายมิได้ต้องออกศึกรบราฆ่าฟันอะไรกับใคร และยังเห็นถึงความมุ่งมั่นของคนทั้งสอง จึงยินยอมให้เข้าร่วมภารกิจต่อไป
ประธานการประชุมยืนขึ้น ละกล่าวด้วยเสียงจริงจัง “ถ้าเช่นนั้น ผมจะขอสรุปการประชุม...” เขาเว้นวรรคครู่หนึ่งและกล่าวต่อไป “ผมขอแต่งตั้งทุกท่านเป็นเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้... ต่อจากนี้ไปผมจะเรียกชุดปฏิบัติการของท่านว่า เอสเควัน รับทราบภารกิจ”
“ทราบ” เหล่านายทหารผู้เข้าประชุมตอบรับผมกัน
“พันตรี ธิติ จะแจ้งรายละเอียดอื่นให้ทราบต่อไป... ผมขอปิดประชุม” ผู้เข้าประชุมทุกคนยืนขึ้นเพื่อทำความเคารพประธาน จากนั้นเมื่อประธานเดินออกไปจากห้องประชุมพร้อมกับที่ปรึกษา
“ผมขอให้ทุกคน เตรียมสัมภาระให้พร้อม อีกสองวันขอให้ทุกท่านมาที่นี่เพื่อเดินทางต่อ”
“ครับท่าน” อาร์มและเพื่อนๆ ตอบรับอย่างพร้อมเพียงและหนักแน่น ขณะที่ผู้ประชุมที่เหลือที่ไม่ใช่นายทหารตอบรับเช่นกัน “ครับ” “ค่ะ”
หลังจากประชุมกันเสร็จสิ้นแล้ว ก็เป็นเวลาประมาณเที่ยงวันกว่า ทุกคนจึงเดินอออกจากห้องประชุมไปยังห้องรับประธานอาหาร
ในวันนั้นทุกคนได้ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน อาร์มและเพื่อนๆ ก็เริ่มทำความรู้จักกับข้าราชการชายทั้งสามและหมอหญิงทั้งสองคน บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรไมตรี หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ทุกคนได้แยกย้ายกันไป
-----
ณ ห้องพักหมายเลข 304
คืนวันนั้นอาร์มก็นั่งอ่านข่าวในคอมพิวเตอร์แบบพกพาตามปกติ ขณะที่ข้างๆ คอมพิวเตอร์ของเขาวางแฟ้มเอกสารปกสีเหลืองที่ด้านหน้ามีตัวอักษรเขียนว่า “ลับ” อยู่ ซึ่งแฟ้มนั้นก็คือแฟ้มเอกสารการประชุมของวันนี้นั่นเอง อาร์มละสายตาไปจากคอมพิวเตอร์และได้หยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดอ่านเอกสารอีกครั้ง แม้เขาจะคลับคล้ายคลับคลารูปภาพของคุณวราภรณ์ว่าเหมือนคนที่เขารู้จักก็ตามแต่เขาก็นึกไม่ออกเลยว่าเคยเจอกับผู้หญิงคนนี้ที่ใด

(โปรดติดตามตอนต่อไป...)

ความคิดเห็น