เพิ่มอีกแล้ว! ค่าจ้างแรงงานของประเทศกำลังจะเพิ่มขึ้นในไม่ช้านี้ ตามประกาศก็คือ เดือนเมษายน 2561 ในฐานะคนทำงานในด้านแรงงานนี้ ผมมีความปิติยินดียิ่งที่พี่น้องแรงงานจะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น แต่ก็เสียใจอย่างยิ่งในบางเรื่องเช่นกัน...
ก็แหม!!! เรื่องที่เสียใจจะเป็นเรื่องอะไรไปละครับ เรื่องราคาสินค้าในตลาดที่เพิ่มตามไปด้วยนั่นแหละ ในฐานะคนที่จ่ายตลาดบ่อยๆ มันรู้สึกได้นะครับว่ามันเพิ่มขึ้น นี่ค่าแรงยังไม่ทัเพิ่มเลยด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ ยังรู้สึกแล้ว...
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าองค์กรไหนทำหน้าที่ควบคุมราคาสินค้านะครับ ราคามันถึงเพิ่มเอาเพิ่มเอา นี่ขนาดราคาน้ำมันไม่แพงเหมือนยุคก่อนละนะครับ ยังอ้างค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าโน้นนี่นั่น เยอะ... แต่ผมยังไงก็ขอชื่นเลยว่าสิ่งที่ท่านทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น... จริงจริ๊ง... ในกระเป๋ามีเท่าไหร่...ไม่มีเหลือ..
ครั้งที่แล้วผมเคยเขียนบทความเรื่องเปลี่ยนเพิ่มเป็นลด ก็แนวนี้ละครับถ้าหากท่านจะยังจำกันได้... ถ้ายังไม่เคยได้อ่านก็ไม่เป็นไรครับ...
อันที่จริง มันเป็นเรื่องของการเสนอความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นนะครับ ผมไม่ได้คิดจะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลไหนเลย เพราะมันเป็นสิทธิของเขาที่จะนำประเทศไปทางไหน ซึ่งหน้าที่ของประชาชนอย่างผมก็คือ..."อยู่ให้ได้"...ไม่ว่าต้องใช้วิธีการใดก็ตาม ฮ่าๆๆ ถ้าท่านเห็นว่าไม่จริง ก็คิดเสียว่าผมพูดเล่นนะครับ...
ผมเชื่อว่าประเด็นการแก้ไขปัญหากับดักความยากจนของประเทศไทย สามารถแก้ปัญหาได้ไม่ยาก มีหลากหลายวิธีมากๆ ถ้ามองมุมที่เป็นกลางและไม่ยึดติดกับคำว่ากำไรหรือจะได้เท่าไร แค่เพียงทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่สูงปรี๊ดทะลุเพดานในทุกวันนี้ได้ ความยากจนจะหมดไปอย่างแน่นอน แต่ถ้าค่าครองชีพยังมีอัตราสูงขึ้นเร็วกว่ารายได้ของคนทำงานไม่มีทางแก้ไขปัญหานี้ได้เลย ผมยกตัวอย่างง่ายๆเลยนะครับ
ค่าจ้างรายวันในกรุงเทพฯ ณ วันที่ผมเขียนบทความ คือ วันละ 310 บาท ครอบครัวหนึ่งมีสามี ภรรยา และบุตรคนหนึ่งซึ่งกำลังศึกษา พ่อแม่ทำงานรวมกัน 310 บาท x 2 คน = 620 บาท ค่าอาหารต่อมื้อต่อคน 40 บาท x 3 คน x 3 มื้อ = 360 บาท ค่าเช่าที่พักคิดรายวัน 3000/30 = 100 บาทต่อวัน ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ประมาณ 10 บาทต่อวัน ค่าพาหนะในการเดินทาง 30 บาท x 3 คน = 90 บาทต่อวัน หักลบกันแล้วเหลือ 60 บาทต่อวัน นี่ยังไม่รวมเงินที่ต้องส่งประกันสังคม ค่าสังคม (งานบวช งานแต่ง งานศพ ฯลฯ) ค่าเล่าเรียนและอุปกรณ์การเรียนบุตร ค่าเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและประกอบอาชีพ (ค่าโทรศัพท์ เสื้อผ้า กระเป๋า ฯ) แล้วมันจะเหลืออะไรละครับ พูดกันขำๆ คือ เดือนไหนงานสังคมเยอะคงต้องกู้ใส่ซองกันเลยทีเดียว เว้นเสียแต่ว่ามีใครเห็นค่าแรงงานเป็นแค่เครื่องจักรที่ไม่ต้องมีเพื่อนหรือสังคมเลย
แต่ผมยอมรับว่าในปัจจุบันต้นทุกการผลิตมันแพงจริงๆ ครับ มันก็ย่อมส่งผลต่อค่าครองชีพเป็นธรรมดา แต่ในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่ง ผมก็มองว่าสิ่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตมันสูงส่วนหนึ่งก็มาจากแรงงานเช่นกัน แต่ไม่ไม่อยากให้พี่น้องแรงงานไทยต้องเดือดร้อน ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดในปัจจุบันนี้ (ในความคิดผู้เขียน) คือ ผมอยากเห็นรัฐบาลส่งเสริมการนำเครื่องจักรมาใช้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แทนการใช้แรงงานนำเข้า นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาการแย่งงานคนไทยปัญหาสังคม อาชญากรรม สาธารณสุขฯ ที่มาพร้อมกับคนเหล่านี้ด้วย ซึ่งมันจะได้เข้ากรอบ 4.0 ด้วยนะครับ... ท่านเจ้านาย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น