การคุ้มครองแรงงานสูงอายุ version 2

          แรงงานนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเป็นจำนวนมากทำให้ผู้ประกอบกิจการจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านหรือที่เรียกว่า “แรงงานต่างด้าว” โดยเฉพาะแรงงาน 3 สัญชาติ ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา และลาว ที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และผลกระทบตามมา เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน การเข้าเมืองผิดกฎหมาย การแย่งอาชีพคนไทย เป็นต้น
          รัฐบาลไทย ได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อปัญหาขาดแคลนแรงงานของประเทศเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีนโยบายส่งเสริมให้แรงงานคนพิการและแรงงานสูงอายุเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อก่อให้เกิดรายได้และลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในขณะเดียวกัน
          กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้นำนโยบายดังกล่าวมาดำเนินการและหามาตรการในการรองรับการทำงานของแรงงานสูงอายุ โดยได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2560 ให้มีการคุ้มครองแรงงานสูงอายุในกรณีการเกษียณอายุ โดยใจความสำคัญว่า ให้การเกษียณอายุเสมือนหนึ่งการเลิกจ้าง ซึ่งลูกจ้างมีสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย ดังนี้
(1) กรณีนายจ้างกำหนดอายุเกษียณไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือสัญญาจ้าง หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ให้ลูกจ้างเกษียณก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ให้ถือว่าการเกษียณอายุไปเป็นตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือสัญญาจ้าง หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง นั้น
(2) กรณีนายจ้างกำหนดอายุเกษียณไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือสัญญาจ้าง หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ให้ลูกจ้างเกษียณอายุเกินกว่า 60 ปีบริบูรณ์ หรือไม่ได้มีการกำหนดการเกษียณอายุไว้ ลูกจ้างมีสิทธิขอเกษียณอายุโดยแสดงเจตนาต่อนายจ้างได้เมื่อมีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป และให้มีผลเมื่อครบ 30 วันหลังการแสดงเจตนานั้น
เมื่อลูกจ้างเกษียณอายุ มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังนี้
(1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วันหรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 30 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างตามผลงาน
(2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วันหรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 90 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างตามผลงาน 
(3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย      180 วันหรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 180 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างตามผลงาน
(4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย     240 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 240 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างตามผลงาน
(5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงาน 300 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างตามผลงาน

ความคิดเห็น