หยุด! การใช้แรงงานเด็ก (Version 2)


หลังจากหยุดเขียนงานไปนานและเคยเขียนบทความชื่อ หยุด! การใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย เชิงวิเคราะห์ภาษาปากไปแล้ว ผมเลยอยากลองเขียนงานแบบวิชาการดูบ้าง จึงได้เขียนบทความนี้ขึ้นมา ...ลองอ่านดูนะครับ


        เด็ก คือทรัพยากรที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต วัยเด็กจึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องได้รับพัฒนาในด้านสติปัญญา อารมณ์ ทักษะ และความสามารถ เพื่อให้เด็กได้นำความรู้ ความสามารถที่มีไปใช้ในการประกอบอาชีพเมื่อเติบโตขึ้น อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในภายภาคหน้า ซึ่งประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของเด็กอย่างยิ่ง โดยได้จัดให้มี “วันเด็กแห่งชาติ” ในวันเสาร์ของสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคมทุกปี
เนื่องจากรัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งนำไปสู่การลงทุน และการเป็นที่ตั้งฐานการผลิตของผู้ประกอบกิจการภายในประเทศและบรรษัทข้ามชาติ รวมทั้งนโยบายการค้า  ทั้งในและระหว่างประเทศ ส่งผลให้เกิดปัญหาภาวะขาดแคลนแรงงานเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผู้ประกอบกิจการจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวและการใช้แรงงานเด็ก อันนำไปสู่ประเด็นปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีรายได้หลักจากการส่งสินค้าออก หากถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศอย่างมหาศาล
ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บัญญัติไว้ว่า “ห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง” ซึ่งหมายความว่างานใด ๆ ก็ตามที่เป็นการจ้างในลักษณะการจ้างแรงงาน   ย่อมไม่สามารถที่จะจ้างแรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีได้ทั้งสิ้น หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแล้ว ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 400,000 – 800,000 บาทต่อลูกจ้าง 1 คน หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
สำหรับลักษณะที่เป็นการจ้างแรงงานนั้น มีองค์ประกอบ ได้แก่
(1) นิติสัมพันธ์ หรือความเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง กล่าวคือ การตกลงซึ่งบุคคลหนึ่ง เรียกว่า “นายจ้าง”    ตกลงรับหรือให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า “ลูกจ้าง” ทำงานเพื่อกิจการของตน โดยจ่ายค่าตอบแทนให้ตามกำหนดที่ตกลงกันไว้ โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งนี้ การจ้างแรงงาน อาจตกลงโดยสัญญาหรือวาจาก็ได้
(2) การทำงานและค่าตอบแทน กล่าวคือ ลูกจ้างต้องมีการทำงานเพื่อกิจการของนายจ้าง และนายจ้างต้องมีการจ่ายค่าตอบแทนเพื่อการทำงานของลูกจ้าง
อย่างไรก็ตาม การให้เด็กทำงานก็ไม่ได้เข้าข่ายการใช้แรงงานเด็กเสมอไป เพราะโดยปกติแล้วคนไทยนิยมสั่งสอนลูกหลานให้รู้จักค่าของเงินโดยการให้เด็กทำงาน ซึ่งในกรณีนี้สามารถกระทำได้แต่จะต้องไม่เป็นการจ้างแรงงาน เช่น การให้เด็กช่วยบิดามารดาขายสินค้าในกิจการขายของชำซึ่งบิดาหรือมารดาเป็นเจ้าของ การให้เด็กเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารซึ่งผู้ปกครองเด็กเป็นเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง เป็นต้น
              ดังนั้น ผู้ประกอบกิจการควรระมัดระวังในเรื่องการจ้างแรงงานเด็ก โดยเฉพาะเด็กมีอายุต่ำกว่า 15 ปี
ซึ่งไม่สามารถจ้างเป็นลูกจ้างได้ เพราะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและมีอัตราโทษที่รุนแรง

....ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อหลายๆท่าน... หากมีคำติชมใดๆ comment ไว้ได้นะครับ....

ความคิดเห็น